ค่าเงินบาทอ่อนสุดในรอบเดือน
เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2566 ค่าเงินบาทกลับมาแข็งค่าสูงที่สุดใน ASEAN นับจากที่อ่อนค่ามาตั้งแต่กลางปี 2565 โดยอยู่ที่ 33.87 บาทต่อ USD และก็แข็งค่าต่อเนื่องตลอดจนวันที่ 16 มกราคมบางช่วงเวลาที่ค่าเงินบาทแข็งไปที่ 31.94 และหลังจากนั้นค่าเงินก็ค่อย ๆ อ่อนค่าต่อเนื่องจนวันที่ 17 กุมภาพันธ์กลับมาอ่อนค่าอยู่ราว 34.541 บาท (อัตราขายถัวเฉลี่ย 34.6730)
จากที่เล่ามาด้านบนค่าเงินบาทไทยในระยะเวลาเพียง 45 วันเกิดการผันผวนหนักมากซึ่งก่อให้เกิดปัญหาต่อผู้นำเข้าส่งออกในการระบุต้นทุนเพื่อการค้า สาเหตุหลักของค่าเงินที่ผันผวนนี้มาจากค่าเงินสหรัฐที่เกิดการแข็งค่าต่อเนื่องจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นภาคเศรษฐกิจที่ค่อย ๆ แข็งแรง การปรับลดการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) อัตราการจ้างงานของภาคการเกษตรที่สูงขึ้น ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งเสริมให้ค่าเงินสหรัฐร้อนแรงต่อเนื่อง และก็คาดเดาได้ยากว่าจะชะลอตัวที่เท่าไร อย่างไรก็ตามจากกรณีที่นาง Janet Yellen รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐอเมริกาได้กล่าวไว้เมื่อวันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมาว่า สหรัฐฯ อาจจะพบกับภาวการณ์ผิดนัดชำระหนี้ในเดือนมิถุนายน 2566 จากหนี้สาธารณะที่สูงขึ้นโดยตัวเลขอยู่ที่ราว 31.40 ล้านล้าน USD โดยรัฐบาลมีเวลาไม่ถึง 4 เดือนในการแก้ปัญหาในครั้งนี้ และถ้าไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ โลกอาจจะเห็นการผันผวนอย่างหนักกับอัตราแลกเปลี่ยนอีกครั้งอย่างแน่นอน…..อย่ามั่นใจเกินไปเพราะเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เราก็ได้เห็นปรากฏการณ์การ Force Sell ของหุ้นใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์กันมาแล้ว ดังนั้นวินาทีนี้ อะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้











